Saturday, June 1, 2013

แนวรับและแนวต้าน 4 - ตัวเลขหลักถ้วนๆ (round numbers)

บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับจาก link นี้

แนวรับและแนวต้าน 4 - ตัวเลขหลักถ้วนๆ (round numbers)
เขียนโดย Lance Beggs

แนวรับและแนวต้าน 4 - ตัวเลขหลักถ้วนๆ (round numbers)

ขอต้อนรับกลับเข้าสู่อีกตอนหนึ่งของแนวรับและแนวต้าน

คุณลักษณะหลักๆที่ผมกำลังมองหาเพื่อระบุบริเวณแนวรับและแนวต้านคือ swing highs และ lows, บริเวณ congestion บริเวณเหล่านี้ได้ถูกอธิบายไปแล้วในบทความก่อนๆ ถ้าคุณยังไม่เคยอ่านบทความหล่านั้น ช่วยอ่านบทความเหล่านั้นก่อนเป็นอันดับแรก




วันนี้เราจะแนะนำคุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งของตลาดซึ่งสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นบริเวณแนวรับและแนวต้าน ตัวเลขหลักถ้วนๆ (round numbers) ในการวิเคราะห์ตลาด ผมไม่เคยใช้ตัวเลขหลักถ้วนๆแบบโดดๆในการหาระดับแนวรับหรือแนวต้าน แต่ผมใช้มันเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในบริเวณที่ได้ถูกระบุว่าเป็นแนวรับหรือแนวต้านเรียบร้อยแล้ว

Saturday, May 4, 2013

แนวรับและแนวต้าน 3 - บริเวณ congestion

บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับจาก link นี้

แนวรับและแนวต้าน 3 - บริเวณ congestion
เขียนโดย Lance Beggs

แนวรับและแนวต้าน 3 - บริเวณ congestion

ขอต้อนรับกลับเข้าสู่บทความที่สามในหัวข้อแนวรับและแนวต้าน ในบทความล่าสุด เรามองออกว่า swing highs และ lows นำไปสู่การพัฒนาของแนวรับและแนวต้านได้อย่างไร, ผ่านทางพฤติกรรมของนักเทรด - ไม่ว่าจะเป็นการคาดหวังว่าบริเวณเหล่านี้จะเอาอยู่ หรือนักเทรดถูกบีบบังคับทางจิตวิทยาให้ออกจากการเทรดที่ขาดทุน ณ จุดที่กลับมาเท่าทุน

ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านสองบทความแรกในหัวข้อนี้ หรือยังไม่ค่อยเข้าใจในแนวความคิดหลังจากการอ่านครั้งแรก โปรดทบทวนบทความที่หนึ่งและสอง ที่นี่: (แนวรับและแนวต้าน1, แนวรับและแนวต้าน2)

ข่าวดีก็คือ ถ้าคุณได้เข้าใจแนวความคิดจากบทความ swing highs และ lows แล้ว บทความนี้ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ

Saturday, April 6, 2013

แนวรับและแนวต้าน 2 - Swing highs และ lows

บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับจาก link นี้

แนวรับและแนวต้าน 2 - Swing highs และ lows
เขียนโดย Lance Beggs

แนวรับและแนวต้าน 2 - Swing highs และ lows

ในบทความล่าสุด ผมกล่าวว่าแนวรับและแนวต้าน (สำหรับผม) มีพื้นฐานอยู่บน swing highs และ lows, บริเวณ congestion, round numbers (ตัวเลขหลักถ้วนๆ) และ gaps (ช่องว่าง) ตอนนี้เราจะพิจารณาชนิดของแนวรับและแนวต้าน, แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าจะระบุพวกมันอย่างไร, และพวกมันประกอบเป็นรูปเป็นร่างอย่างไร ในบทความนี้เราจะเริ่มต้นด้วยแนวรับและแนวต้านที่ผมชื่นชอบ - swing highs และ lows ทำไมพวกมันถึงเป็นที่ชื่นชอบของผมหน่ะเหรอ -  ในความคิดผมพวกมันสามารถสร้างสัญญานที่แข็งแกร่งที่สุดบางอย่าง

Monday, March 11, 2013

แนวรับและแนวต้าน

บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับจาก link นี้

แนวรับและแนวต้าน
เขียนโดย Lance Beggs

แนวรับ (support) และแนวต้าน (resistance) - สิ่งที่ใช้ในการเทรดที่เยี่ยมที่สุด

ถึงแม้จะมีการโฆษณาชวนเชื่อเต็มไปหมดจากนักการตลาดทางอินเตอร์เนตที่พยายามจะขาย ความลับ ในการเทรดล่าสุดให้กับคุณ ความจริงก็คือ มัน ไม่มี ความลับ
 

Monday, February 11, 2013

"ภาพรวม"การเคลื่อนที่ของราคาในแต่ละแท่งเทียน


ถ้าเราลองดู ภาพรวม การเคลื่อนที่ของราคาในแต่ละแท่งเทียนที่จบแท่งเรียบร้อยแล้ว เราอาจจะมองเห็นการเคลื่อนที่ของราคาในลักษณะแบบนี้



Sunday, February 10, 2013

ลองดู price action จาก candlestick patterns

ในบทความนี้ คำว่า bull bar หมายถึง แท่งที่มีราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด และ bear bar หมายถึง แท่งที่มีราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด (ซึ่งนิยามดังกล่าวนี้เป็นนิยามอย่างง่ายที่ดูเฉพาะตัวแท่งเทียนเพียงแท่งของมันเองเท่านั้น ไม่ได้นำบริบท/สภาพแวดล้อมเข้ามาพิจารณาด้วย เพราะถ้านำบริบทเข้ามาพิจารณาด้วย บางครั้งแท่งที่ ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิดก็อาจจะเป็น bull bar และแท่งที่ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิดก็อาจจะเป็น bear bar --> สรุปก็คือ ในบทความนี้ใช้นิยามอย่างง่ายนะครับ)

Hanging Man
     

   จากรูปในวงกลมทั้งสอง ถ้าดูตามการเดินทางของราคา จะเห็นว่า bull bar แท่งซ้าย จะเป็น first push up, Hanging Man แท่งตรงกลาง จะเป็น pullback และกำลังขึ้นไปทดสอบ high เดิมอีกครั้ง และ bear bar แท่งขวา จะเป็น second push up แต่ไม่สำเร็จ จึงลงต่อ

ทำไมราคาขยับ - ตัวอย่างจากตาราง


Bid เป็นการเสนอซื้อจากคำสั่งซื้อ ซึ่งคำสั่งซื้อเหล่านี้อาจจะมาจาก คนที่ต้องการเข้าตลาด (entry) + คนที่ต้องการนำกำไรออกจากตลาด (take profit) + คนที่ต้องการตัดขาดทุนถ้าวิเคราะห์ผิดทาง (stop loss)

Ask/Offer เป็นการเสนอขายจากคำสั่งขาย ซึ่งคำสั่งขายเหล่านี้อาจจะมาจาก คนที่ต้องการเข้าตลาด (entry) + คนที่ต้องการนำกำไรออกจากตลาด (take profit) + คนที่ต้องการตัดขาดทุนถ้าวิเคราะห์ผิดทาง (stop loss)

ราคาขยับขึ้น เมื่อผู้ซื้อมีความต้องการอย่างแรงกล้ามากกว่าผู้ขาย คือ เต็มใจที่จะซื้อในราคาที่แพงขึ้น
ราคาขยับลง เมื่อผู้ขายมีความต้องการอย่างแรงกล้ามากกว่าผู้ซื้อ คือ เต็มใจที่จะขายในราคาที่ถูกลง